หน้าหลัก ความเป็นมา บริการของเรา ข้อแนะนำ ต้องการให้เช่า ต้องการเช่า รายการให้เช่า ติดต่อเรา
Thai Language TH
English Language EN
 
   

เมนูสมาชิก
ชื่อล็อกอิน
 
รหัสผ่าน
 
สมัครสมาชิกใหม่
ลืมรหัสผ่าน






ค้นหาด่วน
ประเภท
 
ราคา
 
ตำแหน่ง/พื้นที่
 
จังหวัด
 

รับข่าวสารทางอีเมล์

ชื่อ 
อีเมล์ 
  สมัครรับข่าวสาร
  ยกเลิกรับข่าวสาร






แสดงรายการทั้งหมด >  

   พระกรณียกิจ

          สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงสนพระหฤทัยในสวัสดิภาพ
ของประชาชนเป็นอย่างยิ่งได้โดยเสด็จฯสมเด็จพระบรมราชชนนีทรงเยี่ยมและพระราชทาน
พระอนุเคราะห์แก่ราษฎรผู้ยากไร้ในท้องถิ่นทุรกันดารมาตลอด ทรงศึกษาและสังเกต
ความเป็นอยู่ของราษฎร ทรงสอบถามปัญหา ทรงแนะนำให้ราษฎรรู้จักปฏิบัติตน ดูแล ตนเอง
ให้ถูกต้องเพื่อให้มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่จะเกิดขึ้นได้ ทรงมีพระประสงค์ที่จะให้เด็กด้อยโอกาสได้มีการพัฒนาทั้งร่างกายและจิตใจ มีการศึกษา ที่เหมาะสมกับวัย ด้วยทรงเห็นว่ามีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพของประชากร ไม่เพียงแต่ประชาชนในดินแดนที่ห่างไกลเท่านั้นที่พระราชทานพระเมตตา ความเป็นอยู่
ของประชาชนในเมืองก็ทรงมีความสนพระหฤทัย ทรงตระหนักถึงปัญหาชุมชนแออัด จึงทรงเสด็จ
เยี่ยมชุมชนแออัดหลายแห่ง ในกรุงเทพมหานครเป็นการส่วนพระองค์ เช่น ชุมชนคลองเตย
ชุมชนวัดพระยายัง ชุมชนย่านสวนลุมพินี ชุมชนกองขยะซอยอ่อนนุช และชุมชนเพชรเกษม ๑๐๔
เป็นต้น รับส่งว่า “ต้องไปถึงที่จึงจะรู้ว่าชาวบ้านและเด็กเหล่านี้มีความลำบากแค่ไหน ก็ดีใจที่มี
โอกาสเห็นด้วยตนเองที่คลองเตย อ่อนนุช และหนองแขม ” ในขณะที่เสด็จทรงมีพระเมตตา
ซักถามถึงปัญหาเดือดร้อน ทรงทักทายเด็ก  ๆ ด้วยพระพักตร์ที่แสดงความห่วงใย ก่อให้เกิดพลังใจ
แก่ผู้ทุกข์ยากตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาชุมชน เจ้าหน้าที่เขต และข้าราชการ
ที่เกี่ยวข้อง ได้ให้ความสนใจดูแลและพัฒนาชุมชนนั้นอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การถมหลุมบ่อ
การซ่อมถนน การบริการสาธารณูปโภค เป็นต้น นอกจากนี้ การเสด็จเยี่ยมชุมชนดังกล่าว
ยังเป็นการเผยให้เห็นชีวิตอีกด้านหนึ่งของสังคม และปลุกจิตสำนึกอันก่อให้เกิด
การมีส่วนร่วมในการให้ความอนุเคราะห์ในวงกว้างมากขึ้น

          สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงมีพระหฤทัยของนักสังคมสงเคราะห์
อย่างเต็มเปี่ยม แม้ทรงลำบากอย่างไรก็ไม่ทรงย่อท้อดังเหตุการณ์ในการเสด็จเยี่ยมชุมชนแออัด
แห่งหนึ่ง ระหว่างที่ทรงพระดำเนินไปบนทางปูด้วยไม้แผ่นเก่า ๆ แผ่นหนึ่งผุหักลง พระบาททะลุ
ลงไป และไม้ครูดพระชงฆ์เป็นแผลอักเสบอยู่เดือนกว่า แต่มีรับสั่งว่า “...ไม่เป็นไรจะได้ไม่ลืมการเยี่ยม สลัมครั้งนี้ ...” เป็นที่ปลาบปลื้มแก่ราษฎรที่ได้เข้าเฝ้า ในครั้งนั้น ยิ่งนักที่ได้เห็นความมุ่งมั่นในการ ทรงงานของพระองค์เพื่อชาวไทย

         โดยที่ทรงสนพระหฤทัยปัญหาเด็กเล็กในชุมชนแออัด ทรงอ่านพบประกาศหาทุน
ของมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมจากหนังสือพิมพ์ ใน พ.ศ. ๒๕๒๖ จึงโปรดให้เลขานุการในพระองค์ฯ
ติดต่อสอบถามความเป็นมาของมูลนิธิฯ แล้วพระราชทานทุนทรัพย์จากทุนการกุศลสมเด็จย่า
และทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมจัดตั้งเป็น “กองทุนนมและอาหารเสริม”
และ “กองทุนงบฉุกเฉิน” เพื่อช่วยเหลือเด็กที่ยากไร้ในชุมชนแออัดให้พ้นสภาวะขาดสารอาหาร
และช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบอัคคีภัย อุบัติภัย และภัยจากเคมีต่อมาทรงรับมูลนิธิเด็กอ่อน
ในสลัมไว้ในพระอุปถัมภ์ เนื่องในโอกาสที่มูลนิธิก่อตั้งมาครบ ๑๐ ปี ทรงมีรับสั่งแก่
คณะกรรมการมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ ว่า
“การเริ่มต้นที่ดีของชีวิตเด็กนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เด็กควรมีการพัฒนาพร้อมกันทุกด้าน
แต่ด้านสุขภาพอนามัยควรทำก่อนเพราะสำคัญมาก”

     มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ ได้ดำเนินงานสนองพระดำริมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน
ได้พระราชทานทุนทรัพย์จาก “ ทุนการกุศลสมเด็จย่า” และ “ทุนการกุศล กว.” เป็นรายปี
สามารถนำดอกผลมาใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือเด็กอ่อนวัยแรกเกิดถึง ๕ ปี ที่อยู่ในสภาวะ
ยากลำบากนับพันคนต่อปีที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครจำนวน ๑๖ ชุมชน และยังไม่ได้
ขยายไปถึงเด็กที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิอื่น ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาทิ
มูลนิธิสัมพันธกิจ จังหวัดเชียงราย มูลนิธิเพื่อเด็กไทยในชนบทจังหวัดขอนแก่น

ความช่วยเหลือที่ให้แก่เด็กปฐมวัยเหล่านี้ ได้แก่ นมผงคุณภาพ และอาหารเสริมที่จำเป็น
ต่อการเจริญเติบโตของเด็ก การส่งเสริมให้เด็กได้รับการตรวจสุขภาพและรับวัคซีนครบตามอายุ
การตรวจวัดพัฒนาการเด็กตามวัยการอบรมพ่อแม่และผู้ดูแลเด็กให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่อง
การดูแลเลี้ยงดูเด็กเล็กอย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อให้เด็กสามารถเติบโตอย่างมีคุณภาพ
ทั้งร่างกายและจิตใจ

         พระกรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานแก่มูลนิธิฯ อย่างสม่ำเสมอโดยตลอด เป็นการบ่งชี้
ความสนพระหฤทัยและเต็มเปี่ยมพระหฤทัยที่จะแก้ปัญหา และช่วยเด็กด้อยโอกาสให้มีความหวัง
ที่จะเติบโตเป็นพลเมืองที่ดี เป็นอนาคตที่น่าภาคภูมิใจของประเทศชาติต่อไป

 
...คือแสงทองแห่งผองไทย ส่องสุกใสสาดแสงมา
มิมีวันรู้เลือนลาบรรเจิดจ้าจับใจชน
แสงแห่งพระปณิธาน งามตระการ ทุกแห่งหน
ประจักษ์แล้ว ทั่วสกล  น้อมถวายสดุดี...

วันที่ 13 พ.ย 2551